เทศบาลตําบลแม่คํา อ.แม่จัน จ.เชียงราย

MAEKHAM MUNICIPALITY

ไฟล์ดาวน์โหลด

งานช่าง งานการศึกษา กิจกรรม / โครงการ งานพัสดุ OIT-ข้อมูลองค์กร
O3-อำนาจหน้าที่ O4-แผนการขับเคลื่อนหน่วยงาน O5-ข้อมูลการติดต่อหน่วยงาน O10-แผนดำเนินงานประจำปี O11-รายงานการกำกับติดตามการดำเนินงานรอบ 6 เดือน O12-รายงานผลการดำเนินงานประจำปี O13-มาตรฐานการปฏิบัติงาน O14-มาตรฐานการให้บริการ O15-ข้อมูลเชิงสถิติการให้บริการ O17-รายงานการใช้งบประมาณรอบ 6 เดือน O18-รายงานผลการใช้จ่ายงบประมาณประจำปี O21-แผนการจัดซื้อจัดจ้าง O22-ผลการจัดซื้อจัดจ้างประจำปี O23-สรุปผลการจัดซื้อจัดจ้างรายเดือน O25-สถิติเรื่องร้องเรียนการทุจริตประจำปี O27-การมีส่วนร่วม O28-เจตจำนงสุจริต O29-การมีส่วนร่วมของผู้บริหาร O30-การเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กร O31-แผนปฏิบัติการป้องกันการทุจริต O32-33-การกำกับติดตามการดำเนินการป้องกันการทุจรติ O33-ควบคุมภายใน เทศบัญญัติ แผน
IIT ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายใน EIT ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก ITA 2562
01 โครงสร้าง 02 ข้อมูลผู้บริหาร 03 อำนาจหน้าที่ 04 แผนยุทธศาสตร์หรือแผนพัฒนาหน่วยงาน 05 ข้อมูลการติดต่อ 06 กฎหมายที่เกี่ยวข้อง 07 ข่าวประชาสัมพันธ์ 08 Q&A 09 Social Network 10 แผนดำเนินงานประจำปี 11 รายงานการกำกับติดตามการดำเนินงานประจำปี รอบ 6 เดือน 12 รายงานผลการดำเนินงานประจำปี 13 คู่มือหรือมาตฐานการปฏิบัติงาน 14 คู่มือหรือมาตฐานการให้บริการ 15 ข้อมูลเชิงสถิติการใช้บริการ 16 รายงานผลการสำรวจความพึงพอใจการใช้บริการ 17 E-Service 18 แผนการใช้จ่ายงบประมาณประจำปี 19 รายงานการกำกับติดตามการใช้จ่ายงบประมาณ ประจำปีรอบ 6 เดือน 20 รายงานผลการใช้จ่ายงบประมาณประจำปี 21 แผนการจัดซื้อจัดจ้างหรือแผนการจัดหาพัสดุ 22 ประกาศต่างๆ เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างหรือการจัดหาพัสดุ 23 สรุปผลการจัดซื้อจัดจ้างหรือการจัดหาพัสดุประจำปี 24 รายงานผลการจัดซื้อจัดจ้างหรือการจัดหาพัสดุประจำปี 25 นโยบายการบริหารทรัพยากรบุคคล 26 การดำเนินการตามนโยบายการบริหารทรัพยากรบุคคล 27 หลักเกณฑ์การบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคล 28 รายงานผลการบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคล 29 แนวปฏิบัติการจัดการเรื่องร้องเรียนการทุจริต 30 ช่องทางแจ้งเรื่องร้องเรียนการทุจริต 31 ข้อมูลเชิงสถิติเรื่องร้องเรียนการทุจริตประจำปี 32 ช่องการรับฟังความคิดเห็น 33 การเปิดโอกาสให้เกิดการมีส่วนร่วม 34 เจตจำนงสุจริตของผู้บริหาร 35 การมีส่วนร่วมของผู้บริหาร 36 การประเมินความเสี่ยงการทุจริตประจำปี 37 การดำเนินการเพื่อจัดการความเสี่ยงการทุจริต 38 การเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กร 39 แผนปฏิบัติการป้องกันการทุจริตประจำปี 40 รายงานการกำกับติดตามการดำเนินป้องกันการทุจริตประจำปีรอบ 6 เดือน 41 รายงานผลการดำเนินการป้องกันการทุจริตประจำปี 42 มาตรการเผยแพร่ข้อมูลต่อสาธารณะ 43 มาตรการให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมีส่วนร่วม 44 มาตรการส่งเสริมความโปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้าง 45 มาตรการจัดการเรื่องร้องเรียนการทุจริต 46 มาตรการป้องกันการรับสินบน 47 มาตรการป้องกันการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนกับผลประโยชน์ส่วนรวม 48 มาตรการตรวจสอบการใช้ดุลพินิจ
แผนอัตรากำลัง แผนพัฒนาท้องถิ่น คู่มือประชาชน รายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี
การป้องกันการทุจริต
กฏหมายท้องถิ่น
การส่งเสริมความโปร่งใส ทต.แม่คำ
รายงานทางการเงิน งานแผนและงบประมาณ งานสาธารณะสุข กิจการสภาฯ แบบสอบถามความคิดเห็นประชาชน งานสารสนเทศ
เอกสาร-แบบฟอร์ม ต่างๆ
งานการเจ้าหน้าที่ งานพัฒนาชุมชน กองทุนหลักประกันสุขภาพ
เทศบัญญัติ งานพัฒนารายได้ การจัดการองค์ความรู้ (KM)

ยุทธศาสตร์และแนวทางการพัฒนา

ประกาศเมื่อ 27 พฤศจิกายน 2562, เปิดอ่าน 67 ครั้ง < ย้อนกลับ

ยุทธศาสตร์การพัฒนาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

  1. ความสัมพันธ์ระหว่างแผนพัฒนาระดับมหภาค

๑.๑ แผนยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๑ - ๒๕๘๐)             

                   โดยที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  มาตรา ๖๕  กำหนดให้รัฐพึงจัดให้มียุทธศาสตร์ชาติ     เป็นเป้าหมายการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน  ตามหลักธรรมาภิบาลเพื่อใช้เป็นกรอบในการจัดทำแผนต่างๆ           ให้สอดคล้องและบูรณาการกันเพื่อให้เกิดเป็นพลังผลักดันร่วมกันไปสู่เป้าหมายดังกล่าว  โดยให้เป็นไปตามที่กำหนด  ในกฎหมายว่าด้วยการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ  และต่อมาได้มีการตราพระราชบัญญัติการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ      พ.ศ. ๒๕๖๐  มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่  ๑  สิงหาคม  ๒๕๖๐  โดยกำหนดให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ เพื่อรับผิดชอบในการจัดทำร่างยุทธศาสตร์ชาติ  กำหนดวิธีการการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดทำ             ร่างยุทธศาสตร์ชาติ  ในการติดตาม  การตรวจสอบ  และการประเมินผล  รวมทั้งกำหนดมาตรการส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนทุกภาคส่วนดำเนินการให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติเพื่อให้เป็นไปตามที่กำหนดในพระราชบัญญัติการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐  คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติได้แต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติด้านต่างๆ  รวม  ๖  คณะ                อันประกอบด้วย  คณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคง  คณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน  คณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนา  และเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์  คณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม คณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม  และคณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ  เพื่อรับผิดชอบ   ในการดำเนินการจัดทำร่างยุทธศาสตร์ชาติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์  วิธีการ  และเงื่อนไขที่กำหนด  ตลอดจนได้จัด  ให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องอย่างกว้างขวาง  เพื่อประกอบการพิจารณาจัดทำร่างยุทธศาสตร์ชาติตามที่กฎหมายกำหนดแล้ว

ยุทธศาสตร์ชาติ  ๒๐  ปี  (พ.ศ. ๒๕๖๑ - ๒๕๘๐)  เป็นยุทธศาสตร์ชาติฉบับแรกของประเทศไทยตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  ซึ่งจะต้องนำไปสู่การปฏิบัติเพื่อให้ประเทศไทยบรรลุวิสัยทัศน์  “ประเทศไทยมีความมั่นคง  มั่งคั่ง  ยั่งยืน  เป็นประเทศพัฒนาแล้ว  ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง”   ภายในช่วงเวลาดังกล่าว  เพื่อความสุขของคนไทยทุกคน

สถานการณ์ แนวโน้ม วิสัยทัศน์ และเป้าหมายในการพัฒนาประเทศ 

.  บทนำ

การพัฒนาประเทศไทยนับตั้งแต่แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ  ฉบับที่ ๑  เป็นต้นมาได้ส่งผลให้ประเทศมีการพัฒนาในทุกมิติ  ทั้งในด้านเศรษฐกิจที่ประเทศไทยได้รับการยกระดับเป็นประเทศ    ในกลุ่มบนของกลุ่มประเทศระดับรายได้ปานกลาง ในด้านสังคมที่มีการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน  ส่งผลให้ประเทศไทยหลุดพ้นจากการเป็นประเทศยากจน  และในด้านสิ่งแวดล้อมที่ประเทศไทยมีข้อได้เปรียบในความหลากหลายเชิงนิเวศ  อย่างไรก็ตาม  ประเทศไทยยังมีความท้าทายต่อการพัฒนาที่สำคัญ  อาทิ  อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจในปี ๒๕๖๐  ที่ร้อยละ ๓.๙  ถือว่าอยู่ในระดับต่ำกว่าศักยภาพ  เมื่อเทียบกับร้อยละ ๖.๐ ต่อปีในช่วงเวลาเกือบ ๖ ทศวรรษที่ผ่านมา  โดยมีสาเหตุหลักจากการชะลอตัวของการลงทุนภายในประเทศและสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ยังไม่ฟื้นตัวได้เต็มที่โครงสร้างเศรษฐกิจไทย  ที่ยังไม่สามารถขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมได้อย่างเต็มประสิทธิภาพภาคบริการและภาคเกษตรมีผลิตภาพการผลิตในระดับต่ำ ขาดการนำเทคโนโลยีเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต  ประกอบกับแรงงานไทยยังมีปัญหาเรื่องคุณภาพและสมรรถนะที่ไม่สอดคล้องกับความต้องการในการขับเคลื่อนการพัฒนาของประเทศ

นอกจากนั้น  ศักยภาพและคุณภาพของประชากรไทยทุกช่วงวัยยังคงเป็นปัจจัยท้าทายสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ  แม้ว่าการเข้าถึงระบบบริการสาธารณะ  การศึกษา  บริการสาธารณสุข  โครงสร้างพื้นฐานต่างๆ  และการคุ้มครองทางสังคมอื่นๆ  ของคนไทยมีความครอบคลุมเพิ่มมากขึ้น  แต่ยังคงมีปัญหาเรื่องคุณภาพการให้บริการที่มีมาตรฐานแตกต่างกันระหว่างพื้นที่  ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้ประเทศไทยยังคงมีปัญหาความเหลื่อมล้ำในหลายมิติ  ขณะที่ปัญหาด้านความยากจนยังคงเป็นประเด็นท้าทายในการยกระดับการพัฒนาประเทศให้ประชาชนมีรายได้สูงขึ้นและแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำอย่างยั่งยืน  ขณะเดียวกันการวางกลยุทธ์ระยะยาวในการฟื้นฟู  การใช้  และการรักษาทรัพยากรอย่างบูรณาการเพื่อการพัฒนาประเทศที่ผ่านมายังขาดความชัดเจน  ส่งผลให้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศยังมีปัญหาการใช้อย่างสิ้นเปลืองและเสื่อมโทรมลงอย่างรวดเร็ว

ทั้งนี้  ปัญหาดังกล่าวข้างต้นมีสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากประสิทธิภาพการบริหารจัดการภาครัฐ การพัฒนาประเทศขาดความต่อเนื่องและความยืดหยุ่นในการตอบสนองต่อความต้องการ  และปัญหาของประชาชน  ขณะที่ความมั่นคงภายในประเทศยังมีหลายประเด็นที่ต้องเสริมสร้างให้เกิดความเข้มแข็ง  ลดความขัดแย้งทางความคิดและอุดมการณ์ที่มีรากฐานมาจากความเหลื่อมล้ำ  ความไม่เสมอภาค  การขาดความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม  และปัญหาการขาดเสถียรภาพทางการเมืองตลอดจนส่งเสริมคนในชาติให้    ยึดมั่นสถาบันหลักเป็นศูนย์รวมจิตใจให้เกิดความรักและความสามัคคี

ในขณะเดียวกัน  การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรที่มีสัดส่วนประชากรวัยแรงงานและ    วัยเด็กที่ลดลงและประชากรสูงอายุที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง  จะเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่จะทำให้การพัฒนาประเทศในมิติต่างๆ  มีความท้าทายมากขึ้น  ทั้งในส่วนของเสถียรภาพทางการเงินการคลังของประเทศในการ  จัดสวัสดิการเพื่อดูแลผู้สูงอายุที่เพิ่มสูงขึ้น  การลงทุนและการออม  การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ   ความมั่นคงทางสังคม  การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืนซึ่งจะเป็นประเด็นท้าทายต่อการขับเคลื่อนประเทศไปสู่การเป็นประเทศพัฒนาแล้ว

. ปัจจัยและแนวโน้มที่คาดว่าจะส่งผลต่อการพัฒนาประเทศ

แม้ว่าประเทศไทยจะมีตำแหน่งที่ตั้งที่สามารถเป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงในภูมิภาคและเป็นประตูสู่เอเชีย  แต่การที่มีอาณาเขตติดกับประเทศเพื่อนบ้านหลายประเทศ  ทำให้ปัญหาด้านเขตแดนกับประเทศเพื่อนบ้านยังคงเป็นความท้าทายด้านความมั่นคงในอนาคต  นอกจากนี้  ประเทศไทยยังคงต้องให้ความสำคัญกับปัญหา      ด้านความมั่นคงอื่นๆ  ที่มีความซับซ้อน  ละเอียดอ่อน  และมีความเชื่อมโยงกันหลายมิติ  ที่อาจเป็นประเด็นท้าทายต่อการสร้างบรรยากาศความไว้วางใจระหว่างรัฐกับประชาชนและระหว่างประชาชนกับประชาชน  ซึ่งรวมถึงการ  สร้างความสามัคคีของคนในชาติที่จะนำไปสู่การแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างกลุ่มประชากรไทย  ที่มีแนวคิดและความเชื่อที่แตกต่างกันอย่างยั่งยืน  นอกจากนี้  การขยายอิทธิพลและการเพิ่มบทบาทของประเทศมหาอำนาจ  ที่อาจก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปสู่ระบบหลายขั้วอำนาจ  หรือเกิดการย้ายขั้วอำนาจทางเศรษฐกิจ  ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศในอนาคต  ขณะที่องค์กรที่ไม่ใช่รัฐ  อาทิ องค์การระหว่างประเทศ และบรรษัทข้ามชาติ  จะมีบทบาทมากขึ้นในการกำหนดกฎ  ระเบียบ  ทิศทางความสัมพันธ์และมาตรฐานสากลต่างๆ    ทั้งในด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจ  รวมทั้งการรวมกลุ่มเศรษฐกิจและการเปิดเสรีในภูมิภาคที่นำไปสู่ความเชื่อมโยงในทุกระบบ  อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านอาชญากรรมข้ามชาติและเศรษฐกิจนอกระบบ  รวมทั้งปัญหายาเสพติด การค้ามนุษย์และการลักลอบเข้าเมือง

ในทางกลับกัน  ความเปลี่ยนแปลงจากโลกาภิวัตน์และความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ได้รับการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด  จะก่อให้เกิดนวัตกรรมอย่างพลิกผัน  อาทิ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ อินเทอร์เน็ตในทุกสิ่ง  การวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่  หุ่นยนต์และโดรน  เทคโนโลยีพันธุกรรมสมัยใหม่ และเทคโนโลยีทางการเงิน  ซึ่งตัวอย่างแนวโน้มการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างก้าวกระโดดเหล่านี้  คาดว่าจะเป็นปัจจัยสนับสนุนหลักที่ช่วยทำให้เศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มที่จะกลับมาขยายตัวได้เข้มแข็งขึ้น แนวโน้มสำคัญที่จำเป็นต้องมีการติดตามอย่างใกล้ชิด  อาทิการรวมกลุ่มทางการค้าและการลงทุนที่จะมีความหลากหลายเพิ่มมากขึ้น การแข่งขันที่คาดว่าจะรุนแรงขึ้นในการเพิ่มผลิตภาพและสร้างความหลากหลายของสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์รูปแบบชีวิตใหม่ๆ

นอกจากนั้น  ประเทศไทยคาดว่าจะเข้าสู่การเป็นสังคมสูงวัยระดับสุดยอดในปี ๒๕๗๔        จะก่อให้เกิดโอกาสใหม่ๆ  ในการตอบสนองความต้องการของกลุ่มผู้บริโภคสูงอายุที่จะมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง  รวมทั้งการคาดการณ์ว่าครอบครัวไทยจะมีขนาดเล็กลงและมีรูปแบบที่หลากหลายมากขึ้น  ประชากรในประเทศไทยจะมีช่วงอายุที่แตกต่างกันและจะมีกลุ่มคนช่วงอายุใหม่ๆ  เพิ่มขึ้น  ซึ่งจะส่งผลต่อทัศนคติและพฤติกรรมที่แตกต่างกัน  ดังนั้น  การเตรียมความพร้อมของประชากรให้มีคุณภาพและการนำเทคโนโลยี        ที่เหมาะสมมาใช้ในการผลิตและการบริการของประเทศจะเป็นความท้าทายสำคัญในระยะต่อไป

                   ในขณะเดียวกัน  โครงสร้างประชากรที่เข้าสู่สังคมสูงวัย  อาจทำให้เกิดความต้องการแรงงานต่างชาติเพิ่มมากขึ้นเพื่อทดแทนจำนวนแรงงานไทยที่ลดลง  ซึ่งปัจจัยด้านการเปิดเสรีในภูมิภาคและความก้าวหน้าของการพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งในภูมิภาคจะทำให้การเคลื่อนย้ายแรงงานและการย้ายถิ่น    มีความสะดวกมากขึ้น  และเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เกิดการเคลื่อนย้ายประชากรเข้าออกประเทศเพิ่ม    มากขึ้น  โดยเฉพาะในกลุ่มประชากรที่มีศักยภาพซึ่งมีแนวโน้มในการเคลื่อนย้ายไปเรียนหรือทำงานใน        ทั่วทุกมุมโลกสูงขึ้น  ทั้งนี้  การย้ายถิ่นส่วนใหญ่มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหาโอกาสทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้น          จึงอาจจะเป็นไปได้ที่ประเทศไทยจะยังคงเป็นประเทศผู้รับของประชากรจากประเทศเพื่อนบ้าน  ขณะที่ประชากรไทยโดยเฉพาะแรงงานทักษะอาจมีแรงจูงใจในการย้ายถิ่นไปยังประเทศที่มีระดับการพัฒนาที่ดีกว่า  อาจทำให้การแย่งชิงแรงงานมีความรุนแรงมากขึ้น  ซึ่งจะยิ่งทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและการเปลี่ยนแปลงของบริบทสังคมไทย

                   นอกจากนี้  ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศคาดว่าจะมีความรุนแรงมากขึ้น  ทั้งในเชิงความผันผวน  ความถี่  และขอบเขตที่กว้างขวางมากขึ้น  ซึ่งจะสร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน  ระบบโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น ตลอดจนระบบผลิตทางการเกษตรที่สัมพันธ์ต่อเนื่องกับความมั่นคงด้านอาหารและน้ำ  ขณะที่ระบบนิเวศต่างๆ  มีแนวโน้มเสื่อมโทรมลง  และมีความเป็นไปได้ค่อนข้างสูงในการสูญเสียความสามารถในการรองรับความต้องการของมนุษย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างไรก็ดี  ระดับความรุนแรงของผลกระทบอันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลกและความเสื่อมโทรมของระบบนิเวศต่างๆ ดังกล่าวที่แต่ละประเทศจะต้องเผชิญจะมีความแตกต่างกัน  ทำให้การเป็นสังคมสีเขียวการรักษาและบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างบูรณาการจะได้รับความสำคัญและความสนใจจาก          นานาประเทศรวมทั้งประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น  พลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือกรวมถึงการสร้างสมดุลความมั่นคงด้านพลังงานและอาหารมีแนวโน้มที่จะมีความสำคัญเพิ่มมากขึ้น  กฎระเบียบและข้อตกลง             ด้านสิ่งแวดล้อมจะมีความเข้มข้นและเข้มงวดขึ้น  โดยกรอบการพัฒนาตามข้อตกลงระหว่างประเทศต่างๆ      ที่สำคัญ เช่น เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน  และบันทึกความตกลงปารีสจะได้รับการนำไปปฏิบัติอย่างจริงจังมากยิ่งขึ้น

                   แนวโน้มเหล่านี้จะก่อให้เกิดความท้าทายต่อการพัฒนาประเทศในหลายมิติ  ทั้งในส่วนของการจ้างงานและอาชีพ  สาขาการผลิตและบริการใหม่ๆ  ความมั่นคงของประเทศอันเกิดจากภัยคุกคามและความเสี่ยงด้านอื่นๆ  ที่ซับซ้อนขึ้น  อาชญากรรมไซเบอร์  รูปแบบการก่อสงครามที่ใช้เทคโนโลยี  เป็นเครื่องมือ    การเคลื่อนย้ายอย่างเสรีและรวดเร็วของผู้คน  เงินทุน  ข้อมูลข่าวสาร  องค์ความรู้  เทคโนโลยีและสินค้าและบริการ  การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รวดเร็วและคาดการณ์ได้ยากการเกิดขึ้นของโรคระบาดและโรคอุบัติใหม่  ที่จะส่งผลให้การเฝ้าระวังด้านการสาธารณสุขในประเทศมีความสำคัญมากขึ้น      อาจนำไปสู่ปัญหาความเหลื่อมล้ำที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นได้  หากไม่มีมาตรการที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันและรองรับผลกระทบต่างๆ  ที่คาดว่าจะเกิดขึ้น  ซึ่งรวมถึงการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมแบบพลิกผันที่จะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว  โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากการเข้าถึงเทคโนโลยี  โครงสร้างพื้นฐาน และองค์ความรู้สมัยใหม่มีระดับความแตกต่างกันระหว่างกลุ่มประชากรต่างๆ โดยการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมดังกล่าว  จะส่งผลต่อทั้งการจ้างงานและอาชีพที่จะมีรูปแบบและลักษณะงานที่เปลี่ยนไป  มีความต้องการแรงงานที่มีสมรรถนะสูงเพิ่มมากขึ้น  หลายอาชีพอาจหายไปจากตลาดงานในปัจจุบันและบางอาชีพจะถูกทดแทนด้วยระบบอัตโนมัติ  โดยเฉพาะอาชีพที่ต้องการทักษะระดับต่ำ ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อความมั่นคงและคุณภาพชีวิตของประชาชนที่ปรับตัวไม่ทันหรือขาดความรู้และทักษะ   ที่ทันกับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไปกระแสโลกาภิวัตน์ที่จะทำให้เกิดการพัฒนาขยายความเป็นเมือง  วิถีชีวิต     ที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว  รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศที่อาจจะมีความแปรปรวนมากยิ่งขึ้น    ซึ่งปัจจัยทั้งหมดดังกล่าว  จะส่งผลให้ปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำของประเทศมีความซับซ้อน    มากยิ่งขึ้น

                   จากปัจจัยและแนวโน้มที่คาดว่าจะส่งผลต่อการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศในมิติต่างๆข้างต้น  เห็นได้ว่าบริบทและสภาพแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกประเทศมีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว  มีพลวัตสูง  และมีความซับซ้อนหลากหลายมิติ  ซึ่งจะส่งผลต่ออนาคตการพัฒนาประเทศอย่างมาก ดังนั้น  การพัฒนาประเทศจึงจำเป็นต้องมียุทธศาสตร์การพัฒนาที่ครอบคลุมทุกมิติและทุกด้านการพัฒนา     ที่เกี่ยวข้อง มีความร่วมมือในลักษณะประชารัฐจากภาคส่วนต่างๆ  ในรูปแบบของหุ้นส่วนการพัฒนาที่เป็นการดำเนินงานอย่างบูรณาการ  เนื่องจากทุกมิติการพัฒนามีความเกี่ยวข้องซึ่งกันและกัน  โดยประเทศไทยจำเป็นต้องมีทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพ  มีความรู้  สมรรถนะ  และทักษะที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ  สามารถรู้เท่าทันและปรับตัวให้สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุข  มีอาชีพที่มั่นคง  สร้างรายได้ ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์และกติกาใหม่ๆ  และมาตรฐานที่สูงขึ้น  โดยเฉพาะในโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วซึ่งจำเป็นต้องมีการพัฒนาระบบและปัจจัยส่งเสริมต่างๆ  ที่เกี่ยวข้องไปพร้อมกัน    ทั้งในส่วนของระบบการเรียนการสอน และการพัฒนาทักษะฝีมือที่สอดคล้องกันกับการพัฒนาของคนในแต่ละช่วงวัย  ระบบบริการสาธารณะ  โครงสร้างพื้นฐาน  รวมทั้งการให้ความสำคัญกับการส่งเสริมเทคโนโลยี     และนวัตกรรม  เพื่อให้ประเทศไทยสามารถยกระดับเป็นเจ้าของเทคโนโลยีและนวัตกรรมก้าวทันโลก  จากการ    ต่อยอดการพัฒนาบนพื้นฐานนโยบายไทยแลนด์ ๔.๐  ส่งผลให้เกิดการสร้างห่วงโซ่มูลค่าทางเศรษฐกิจ         ในทั้งภาคอุตสาหกรรม  ภาคเกษตรและภาคบริการ  กระจายผลประโยชน์จากการพัฒนา  ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำ และนำไปสู่การเสริมสร้างคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกภาคส่วน

                   นอกจากนี้  ประเทศไทยต้องให้ความสำคัญกับการสร้างสมดุลความมั่นคงด้านพลังงานและอาหาร  การรักษาไว้ซึ่งความหลากหลายเชิงนิเวศ  การส่งเสริมการดำเนินชีวิตและธุรกิจ  และการพัฒนาและขยายความเป็นเมืองที่เติบโตอย่างต่อเนื่องที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม  พร้อมกับการมีข้อกำหนดของรูปแบบและกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวเนื่องกับลักษณะการใช้พื้นที่ที่ชัดเจน  ขณะที่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบโลจิสติกส์ กฎหมาย  ระบบภาษีต้องมีกลยุทธ์การพัฒนาที่สามารถอำนวยความสะดวกและส่งเสริมให้ประเทศมีศักยภาพการแข่งขันที่สูงขึ้น  และสามารถใช้จุดแข็งในเรื่องตำแหน่งที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของประเทศให้เกิดประโยชน์    ต่อการพัฒนาประเทศมากขึ้น  รวมทั้งให้ความสำคัญของการรวมกลุ่มความร่วมมือกับนานาประเทศในระดับภูมิภาคและระดับโลก  เพื่อกระชับและสร้างสัมพันธไมตรี  เสริมสร้างความสัมพันธ์ทางการทูต  ซึ่งจะก่อให้เกิดการสร้างพลังทางเศรษฐกิจและรักษาความมั่นคงของประเทศ  โดยจำเป็นต้องสร้างความพร้อมในการที่จะยกระดับมาตรฐานและมีการปฏิบัติให้เป็นไปตามระเบียบกติกาสากลในด้านต่างๆ  ขณะเดียวกันประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งให้มีการปฏิรูประบบราชการและการเมืองเพื่อให้เกิดการบริหารราชการที่ดีและมีเสถียรภาพทางการเมือง  มีการส่งเสริมคนในชาติให้ยึดมั่นสถาบันหลักเป็นศูนย์รวมจิตใจเพื่อให้เกิดความรักความสามัคคี    และลดความขัดแย้งภายในประเทศ  โดยที่นโยบายการพัฒนาต่างๆ  จำเป็นต้องคำนึงถึงความสอดคล้องกับโครงสร้างและลักษณะพฤติกรรมของประชากรที่อาจจะมีความแตกต่างจากปัจจุบันมากขึ้น

                   ดังนั้น  ภายใต้เงื่อนไขโครงสร้างประชากร  โครงสร้างเศรษฐกิจ  สภาพสังคม  สภาพภูมิอากาศสิ่งแวดล้อม  และปัจจัยการพัฒนาต่างๆ  ที่เกี่ยวข้อง  ส่งผลให้ประเทศไทยจำเป็นต้องมีการวางแผนการพัฒนาที่รอบคอบและครอบคลุม  อย่างไรก็ตาม  หลายประเด็นพัฒนาเป็นเรื่องที่ต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินงานเพื่อให้เกิดการปรับตัวซึ่งจะต้องหยั่งรากลึกลงไปถึงการเปลี่ยนแปลงในเชิงโครงสร้างการขับเคลื่อนการพัฒนาให้ประเทศเจริญก้าวหน้าไปในอนาคตจึงจำเป็นต้องกำหนดวิสัยทัศน์ในระยะยาวที่ต้องบรรลุ  พร้อมทั้งแนวยุทธศาสตร์หลักในด้านต่างๆ  เพื่อเป็นกรอบในการขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างบูรณาการบนพื้นฐานประชารัฐเพื่อยกระดับจุดแข็งและจุดเด่นของประเทศ  และปรับปรุงแก้ไขจุดอ่อนและจุดด้อยต่างๆ อย่างเป็นระบบ  โดยยุทธศาสตร์ชาติจะเป็นเป้าหมายใหญ่ในการขับเคลื่อนประเทศ  และถ่ายทอดไปสู่แผนในระดับอื่นๆ  เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติทั้งในระดับยุทธศาสตร์ ภารกิจและพื้นที่  ซึ่งรวมถึงพื้นที่พิเศษต่างๆ อาทิ เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน  เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกเพื่อให้การพัฒนาประเทศสามารถดำเนินการได้อย่างมั่นคง  มั่งคั่ง  และยั่งยืน

. วิสัยทัศน์ประเทศไทย

“ประเทศไทยมีความมั่นคง  มั่งคั่ง  ยั่งยืน  เป็นประเทศพัฒนาแล้ว  ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” หรือเป็นคติพจน์ประจำชาติว่า “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” เพื่อสนองตอบต่อผลประโยชน์แห่งชาติ  อันได้แก่  การมีเอกราช  อธิปไตย  การดำรงอยู่อย่างมั่นคง  และยั่งยืนของสถาบันหลักของชาติและประชาชนจากภัยคุกคามทุกรูปแบบ  การอยู่ร่วมกันในชาติอย่างสันติสุขเป็นปึกแผ่น  มีความมั่นคงทางสังคมท่ามกลางพหุสังคมและการมีเกียรติและศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ความเจริญเติบโตของชาติ  ความเป็นธรรมและความอยู่ดีมีสุขของประชาชน  ความยั่งยืนของฐานทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม  ความมั่นคงทางพลังงานและอาหาร  ความสามารถในการรักษาผลประโยชน์ของชาติภายใต้การเปลี่ยนแปลงของสภาวะแวดล้อมระหว่างประเทศ และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติประสานสอดคล้องกันด้านความมั่นคงในประชาคมอาเซียนและประชาคมโลกอย่าง      มีเกียรติและศักดิ์ศรี

 

ความมั่นคง  หมายถึง  การมีความมั่นคงปลอดภัยจากภัยและการเปลี่ยนแปลงทั้งภายในประเทศและภายนอกประเทศในทุกระดับ  ทั้งระดับประเทศ  สังคม  ชุมชน  ครัวเรือน  และปัจเจกบุคคล และมีความมั่นคงในทุกมิติ  ทั้งมิติทางการทหาร  เศรษฐกิจ  สังคม  สิ่งแวดล้อม  และการเมือง  เช่น  ประเทศมีความมั่นคงในเอกราชและอธิปไตย  มีการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข  สถาบันชาติ  ศาสนา พระมหากษัตริย์มีความเข้มแข็งเป็นศูนย์กลางและเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของประชาชน  มีระบบการเมืองที่มั่นคงเป็นกลไกที่นำไปสู่การบริหารประเทศที่ต่อเนื่องและโปร่งใสตามหลักธรรมาภิบาล  สังคมมีความปรองดองและ         ความสามัคคี  สามารถผนึกกำลังเพื่อพัฒนาประเทศ  ชุมชนมีความเข้มแข็ง  ครอบครัวมีความอบอุ่น  ประชาชน      มีความมั่นคงในชีวิต  มีงานและรายได้ที่มั่นคงพอเพียงกับการดำรงชีวิต  มีการออมสำหรับวัยเกษียณ  ความมั่นคงของอาหาร  พลังงาน  และน้ำ  มีที่อยู่อาศัยและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สิน

ความมั่งคั่ง  หมายถึง  ประเทศไทยมีการขยายตัวของเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องและมีความยั่งยืน   จนเข้าสู่กลุ่มประเทศรายได้สูง  ความเหลื่อมล้ำของการพัฒนาลดลง  ประชากรมีความอยู่ดีมีสุขได้รับผลประโยชน์จากการพัฒนาอย่างเท่าเทียมกันมากขึ้น  และมีการพัฒนาอย่างทั่วถึงทุกภาคส่วนมีคุณภาพชีวิตตามมาตรฐานขององค์การสหประชาชาติ  ไม่มีประชาชนที่อยู่ในภาวะความยากจนเศรษฐกิจในประเทศมีความเข้มแข็ง  ขณะเดียวกันต้องมีความสามารถในการแข่งขันกับประเทศต่างๆ  ทั้งในตลาดโลกและตลาดภายในประเทศเพื่อให้สามารถสร้างรายได้ทั้งจากภายในและภายนอกประเทศ  ตลอดจนมีการสร้างฐานเศรษฐกิจและสังคมแห่งอนาคตเพื่อให้สอดรับ   กับบริบทการพัฒนาที่เปลี่ยนแปลงไป  และประเทศไทยมีบทบาทที่สำคัญในเวทีโลก  และมีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าอย่างแน่นแฟ้นกับประเทศในภูมิภาคเอเชีย  เป็นจุดสำคัญของการเชื่อมโยงในภูมิภาค  ทั้งการคมนาคมขนส่ง  การผลิต  การค้า  การลงทุน  และการทำธุรกิจ  เพื่อให้เป็นพลังในการพัฒนา  นอกจากนี้ยังมีความสมบูรณ์ในทุนที่จะสามารถสร้างการพัฒนาต่อเนื่องไปได้  ได้แก่  ทุนมนุษย์  ทุนทางปัญญา  ทุนทางการเงิน  ทุน      ที่เป็นเครื่องมือเครื่องจักร ทุนทางสังคม  และทุนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ความยั่งยืน  หมายถึง  การพัฒนาที่สามารถสร้างความเจริญ  รายได้  และคุณภาพชีวิตของประชาชนให้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง  ซึ่งเป็นการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจที่อยู่บนหลักการใช้  การรักษาและการฟื้นฟูฐานทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน  ไม่ใช้ทรัพยากรธรรมชาติจนเกินพอดี  ไม่สร้างมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อมจน       เกินความสามารถในการรองรับและเยียวยาของระบบนิเวศ  การผลิตและการบริโภคเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม  และสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน  ทรัพยากรธรรมชาติมีความอุดมสมบูรณ์มากขึ้นและสิ่งแวดล้อมมีคุณภาพ  ดีขึ้น  คนมีความรับผิดชอบต่อสังคม  มีความเอื้ออาทร  เสียสละเพื่อผลประโยชน์ส่วนรวม  รัฐบาลมีนโยบายที่       มุ่งประโยชน์ส่วนรวมอย่างยั่งยืนและให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชน  และทุกภาคส่วนในสังคมยึดถือและปฏิบัติตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อการพัฒนาอย่างสมดุล มีเสถียรภาพ  และยั่งยืน

โดยมีเป้าหมายการพัฒนาประเทศ  คือ “ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุขเศรษฐกิจพัฒนาอย่างต่อเนื่อง  สังคมเป็นธรรม  ฐานทรัพยากรธรรมชาติยั่งยืน” โดยยกระดับศักยภาพของประเทศในหลากหลายมิติ  พัฒนาคนในทุกมิติและในทุกช่วงวัยให้เป็นคนดี  เก่ง  และมีคุณภาพ  สร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม สร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม  และมีภาครัฐของประชาชนเพื่อประชาชนและประโยชน์ส่วนรวม  โดยการประเมินผลการพัฒนาตามยุทธศาสตร์ชาติ  ประกอบด้วย

๑)  ความอยู่ดีมีสุขของคนไทยและสังคมไทย

๒)  ขีดความสามารถในการแข่งขัน การพัฒนาเศรษฐกิจ และการกระจายรายได้

๓)  การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ

๔)  ความเท่าเทียมและความเสมอภาคของสังคม

๕)  ความหลากหลายทางชีวภาพ  คุณภาพสิ่งแวดล้อม  และความยั่งยืนของ

     ทรัพยากรธรรมชาติ

๖)  ประสิทธิภาพการบริหารจัดการและการเข้าถึงการให้บริการของภาครัฐ

. ประเด็นยุทธศาสตร์ชาติ

    ๔.๑ ยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคง

(๑)  การรักษาความสงบภายในประเทศ

(๒)  การป้องกันและแก้ไขปัญหาที่มีผลกระทบต่อความมั่นคง

(๓)  การพัฒนาศักยภาพของประเทศให้พร้อมเผชิญภัยคุกคามที่กระทบต่อความมั่นคง

     ของชาติ

(๔)  การบูรณาการความร่วมมือด้านความมั่นคงกับอาเซียนและนานาชาติ รวมถึงองค์กร

     ภาครัฐและที่มิใช่ภาครัฐ

(๕)  การพัฒนากลไกการบริหารจัดการความมั่นคงแบบองค์รวม

   ๔.๒  ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน

(๑)  การเกษตรสร้างมูลค่า

(๒)  อุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคต

(๓)  สร้างความหลากหลายด้านการท่องเที่ยว

          (๔)  โครงสร้างพื้นฐาน เชื่อมไทย เชื่อมโลก

(๕)  พัฒนาเศรษฐกิจบนพื้นฐานผู้ประกอบการยุคใหม่

                       ๔.๓  ยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์

(๑)  การปรับเปลี่ยนค่านิยมและวัฒนธรรม

(๒)  การพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต

(๓)  ปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ ๒๑

(๔)  การตระหนักถึงพหุปัญญาของมนุษย์ที่หลากหลาย

(๕)  การเสริมสร้างให้คนไทยมีสุขภาวะที่ดี

(๖)  การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์

(๗)  การเสริมสร้างศักยภาพการกีฬาในการสร้างคุณค่าทางสังคมและพัฒนาประเทศ

   ๔.๔  ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม

(๑)  การลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรมในทุกมิติ

(๒)  การกระจายศูนย์กลางความเจริญทางเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยี

(๓)  การเสริมสร้างพลังทางสังคม

(๔)  การเพิ่มขีดความสามารถของชุมชนท้องถิ่นในการพัฒนา การพึ่งตนเองและการจัดการ

      ตนเอง

 

 

    ๔.๕ ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

(๑)  สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนบนสังคมเศรษฐกิจสีเขียว

(๒)  สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนบนสังคมเศรษฐกิจภาคทะเล

(๓)  สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนบนสังคมที่เป็นมิตรต่อสภาพภูมิอากาศ

(๔)  พัฒนาพื้นที่เมือง ชนบท เกษตรกรรมและอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ มุ่งเน้นความเป็นเมือง

      ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง

(๕)  พัฒนาความมั่นคงน้ำ พลังงาน และเกษตรที่เป็นมิตร